
เข้าใจการอ่านสัญลักษณ์ O/U จากตารางบอล เพื่อเลือกสูงต่ำได้ตรงเกม
สัญลักษณ์ O/U ในตารางบอลเป็นหนึ่งในจุดที่ทำให้หลายคนสับสน โดยเฉพาะผู้ที่เพิ่งเริ่ม แทงบอล เพราะแม้จะเห็นตัวอักษร O และ U อยู่บ่อย ๆ แต่ไม่แน่ใจว่ามันหมายถึงอะไร และเกี่ยวข้องกับการคิดผลยังไง หากเข้าใจความหมายของ O/U อย่างถูกต้อง จะช่วยให้เลือกบิลได้ตรงกับสิ่งที่ตั้งใจ และลดโอกาสกดผิดตลาดโดยไม่รู้ตัว O/U เป็นสัญลักษณ์ที่ใช้กับการเดิมพันประเภทสูงต่ำ ซึ่งไม่ได้สนใจว่าทีมไหนชนะหรือแพ้ แต่ดูเพียงจำนวนประตูรวมที่เกิดขึ้นในเกม การอ่านตารางบอลที่มี O/U จึงต้องเปลี่ยนมุมคิดจากการเชียร์ทีม มาเป็นการประเมินรูปเกมว่าจะมีประตูมากหรือน้อยตามเรตที่กำหนด
O/U ในตารางบอลหมายถึงอะไร และใช้ตัดสินผลแบบไหน
O มาจากคำว่า Over หมายถึง สูง
U มาจากคำว่า Under หมายถึง ต่ำ
เมื่อเห็น O/U ในตารางบอล แปลว่าคู่นั้นเปิดให้เดิมพันจำนวนประตูรวม โดยมีตัวเลขกำกับ เช่น 2.5 หรือ 3.0 ผู้เล่นต้องเลือกว่าจำนวนประตูรวมเมื่อจบช่วงเวลาที่กำหนด จะมากกว่า หรือ น้อยกว่า ตัวเลขนั้น
ตัวอย่างเช่น
หากตารางบอลแสดง O/U 2.5
เลือก O หมายถึงคาดว่าทั้งสองทีมจะยิงรวมกันตั้งแต่ 3 ประตูขึ้นไป
เลือก U หมายถึงคาดว่าทั้งสองทีมจะยิงรวมกันไม่เกิน 2 ประตู
การตัดสินผลจะดูจากประตูรวมเท่านั้น ไม่สนใจว่าทีมไหนยิง หรือใครเป็นฝ่ายชนะ
สัญลักษณ์ O/U ที่มักเห็นร่วมกันในตารางบอล
ในตารางบอล นอกจากตัว O และ U แล้ว มักมีสัญลักษณ์อื่นประกอบ เพื่อบอกเงื่อนไขเพิ่มเติมของตลาดสูงต่ำ ผู้เล่นควรสังเกตให้ครบก่อนกดบิล
สัญลักษณ์ที่พบได้บ่อย
- FT หมายถึง คิดผลจากทั้งเกม
- HT หมายถึง คิดผลเฉพาะครึ่งแรก
- ตัวเลขทศนิยม เช่น 2.25 หรือ 2.75 หมายถึงเรตที่มีการแบ่งครึ่งการคิดเงิน
- ตัวเลขจำนวนเต็ม เช่น 2 หรือ 3 หมายถึงมีโอกาสคืนทุน หากประตูรวมเท่ากับเรต
การดูสัญลักษณ์เหล่านี้ควบคู่กับ O/U จะช่วยให้เข้าใจทันทีว่าบิลนั้นคิดผลช่วงไหน และมีเงื่อนไขชนะ เสมอ หรือคืนทุนหรือไม่
วิธีอ่าน O/U จากตารางบอลให้ไม่กดบิลผิด
ก่อนเลือกแทง O/U ควรเริ่มจากการดูว่าตลาดนั้นเป็น FT หรือ HT เพราะมีผลโดยตรงต่อจำนวนประตูที่ใช้ตัดสิน จากนั้นดูตัวเลขเรตว่าเป็นครึ่งลูกหรือเต็มลูก เพื่อประเมินความเสี่ยงว่ามีโอกาสคืนทุนหรือไม่ อีกจุดสำคัญคืออย่าสับสนระหว่าง O/U กับราคาต่อรอง เพราะทั้งสองตลาดใช้ตัวเลขเหมือนกันแต่คิดผลต่างกันโดยสิ้นเชิง O/U จะดูเฉพาะจำนวนประตูรวม ส่วนราคาต่อรองจะเกี่ยวกับผลแพ้ชนะของทีม การอ่านชื่อคอลัมน์ในตารางให้ชัดก่อนกดบิล จะช่วยลดความผิดพลาดที่เกิดจากการเลือกผิดตลาดได้มาก
O/U เหมาะกับผู้เล่นแบบไหน และควรใช้ตอนไหน
การเดิมพันแบบ O/U เหมาะกับผู้เล่นที่ชอบดูรูปเกมมากกว่าการเชียร์ทีม เพราะสามารถประเมินได้จากสไตล์การเล่น เช่น ทีมที่เปิดเกมรุกเร็ว หรือแนวรับรั่ว มักเหมาะกับการเลือกสูง ในขณะที่คู่ที่เล่นรัดกุม เน้นครองบอล อาจเหมาะกับการเลือกต่ำ O/U ยังเหมาะกับการแทงระหว่างเกม เพราะสามารถดูจังหวะบุกจริงในสนามประกอบการตัดสินใจได้ หากเกมเปิดแลกกันเร็ว โอกาสที่ประตูจะเกิดเพิ่มย่อมสูงกว่าการประเมินจากข้อมูลก่อนแข่งเพียงอย่างเดียว
สรุป สัญลักษณ์ O/U ในตารางบอล เข้าใจแล้วช่วยให้แทงตรงจุดมากขึ้น
การเข้าใจสัญลักษณ์ O/U ช่วยให้การอ่านตารางบอลไม่ใช่เรื่องน่ากลัวอีกต่อไป เมื่อรู้ว่า O คือสูง U คือต่ำ และเข้าใจเงื่อนไขของตัวเลขกำกับ ผู้เล่นจะเลือกบิลได้ตรงกับสิ่งที่ต้องการมากขึ้น ลดโอกาสกดผิดตลาด และวิเคราะห์เกมจากรูปแบบการเล่นได้ชัดเจนกว่าเดิม หากอ่านตารางบอลเป็นตั้งแต่ O/U จนถึงสัญลักษณ์ประกอบอื่นๆ จะช่วยให้การแทงบอลเป็นระบบมากขึ้น และลดความผิดพลาดที่เกิดจากความเข้าใจคลาดเคลื่อนอย่างเห็นได้ชัด
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับสัญลักษณ์ O/U ในตารางบอล
O/U ดูแค่จำนวนประตูรวมของทั้งสองทีม ไม่สนใจผลแพ้ชนะ ราคาต่อรองจะดูว่าทีมไหนชนะ โดยมีแต้มต่อเข้ามาเกี่ยวข้อง
ไม่ชนะ หากเลือก O จะถือว่าเสีย หากเลือก U จะถือว่าชนะ เพราะประตูรวมต่ำกว่าเรต
ถ้าประตูรวมเท่ากับเรต จะถือว่าคืนทุน ถ้ามากกว่าหรือน้อยกว่า จึงจะตัดสินเป็นชนะหรือแพ้
ครึ่งแรกจะดูเฉพาะ 45 นาทีแรก เต็มเวลาจะรวมทั้งเกม การเลือกต้องดูจังหวะเกมให้เหมาะกับช่วงเวลา
ควรเริ่มจาก O/U แบบครึ่งลูก เช่น 2.5 เพราะไม่มีกรณีคืนทุน ทำให้เข้าใจผลแพ้ชนะได้ง่ายกว่า